5 เคล็ดลับการบริหารคนของบริษัทส่งเบนโตะเดลิเวอรี่ที่ใหญ่ที่สุดของโตเกียว

5 เคล็ดลับการบริหารคนของบริษัทส่งเบนโตะเดลิเวอรี่ที่ใหญ่ที่สุดของโตเกียว

ข้าวกล่องเบนโตะที่ดูอร่อยอัดแน่น โล้โก้ลูกเจี๊ยบทามาโกะสีเหลืองน่ารักสดใส ใครจะรู้บ้างว่า Tamagoya ส่งอาหารให้คนในโตเกียวมามากกว่า 40 ปีแล้ว รวมเป็นอาหารมากกว่า 300 ล้านมื้อ! คุณ Yusuke Kuwahara เริ่มการส่งเบนโตะเดลิเวอรี่ในปี 1975 จากการเห็นปัญหาของพนักงานออฟฟิศในโตเกียวที่หาอาหารกลางวันทานได้ลำบาก เนื่องจากร้านทั่วไปก็มีราคาแพง

การที่ Tamagoya เป็นร้านส่งเบนโตะเดลิเวอรี่ที่ใหญ่ที่สุดในโตเกียวนั้นไม่ใช่เรื่องบังเอิญ เบื้องหลังความสำเร็จนี้มาจากการวางรากฐานธุรกิจที่ดีตั้งแต่โครงสร้างองค์กร การเข้าถึงลูกค้าและการบริหารคน ซึ่งสรุปออกมาได้เป็น 5 เบื้องหลังความสำเร็จดังต่อไปนี้

1. ไม่ยอมแพ้ ยอมรับและเรียนรู้จากความผิดพลาด

ในปี 1982 บริษัทต่อเรือ มีพนักงานมากกว่า 100 คน ซึ่งเป็นลูกค้ารายใหญ่ที่สุด ณ เวลานั้น ทานเบนโตะของทามาโกะยะเข้าไปแล้วเกิดอาการอาหารเป็นพิษ เรื่องนี้กลายเป็นข่าวที่ใหญ่โตมาก นายซุกาฮาร่า ประธานบริษัทถึงกับต้องปิดบริษัทเป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ เพื่อหาสาเหตุและหาทางแก้ไข ท่านประธานซุกาฮาร่ากล่าวว่า “เราสามารถแยกแยะว่าอะไรถูกอะไรผิด ด้วยการเรียนรู้จากความผิดพลาด” ดังนั้นบริษัทได้จัดระบบมาตรการด้านสุขอนามัยใหม่ทั้งหมด ตั้งแต่การทำความสะอาดจนถึงขั้นตอนการทำอาหาร รวมทั้งวิธีการจัดการออเดอร์ที่มากเกินกำลังการผลิต และให้ความสำคัญกับพนักงานมากขึ้นด้วยการปรับโครงสร้างค่าแรงโดยการจ่ายเงินเดือนตามผลงานที่มากขึ้นกว่าเดิม (performance-based salary)

2. เปลี่ยนวิกฤติให้เป็นโมเดลทางธุรกิจแบบใหม่

หลังจากที่เกิดวิกฤติในครั้งนั้น พนักงานส่วนใหญ่ตัดสินใจลาออกจากบริษัท เพราะคิดว่าบริษัทจะต้องไม่รอดแน่ๆ พนักงานที่ยังเหลืออยู่กลับเหลือแต่พนักงานที่มีลักษณะเป็นเด็กเกเรดูจิ๊กโก๋ และในขณะที่ท่านประธานซุกาฮาร่ากำลังจะถอดใจ หนึ่งในพนักงานจิ๊กโก๋เดินเข้ามาหาซุกาฮาร่าแล้วบอกว่า “ลูกพี่อย่าเพิ่งยอมแพ้ เดี๋ยวผมจะเป็นคนไปก้มหัวขอโทษบริษัทต่างๆเอง” แววตาที่มุ่งมั่นเอาจริงเอาจัง ของเด็กผู้ชายคนนั้น ทำให้ซุกาฮาร่ามีพลังอีกครั้ง พวกเขาสองคนตระเวนไปขอโทษลูกค้า ส่วนคนอื่นๆ ก็เตรียมวัตถุดิบทำอาหารต่อไป

จากเหตุการณ์ครั้งนั้น ทำให้ท่านประธานซุกาฮาร่าได้ปรับโครงสร้างทางธุรกิจแบบใหม่ โดยมองหาเด็กที่เคยเป็นอันธพาลหรือเด็กที่เอาแต่ซิ่งมอเตอร์ไซค์เข้ามาอยู่ในบริษัทมากขึ้นเรื่อยๆ เพราะด้วยความมุ่งมั่นของเด็กประเภทนี้ เมื่อเกิดเหตุคับขันพวกเขาเป็นกลุ่มเดียวที่ไม่หนีเอาตัวรอด แถมยังวิ่งตะลุยแก้ปัญหา และยิ่งมุ่งมั่นมากกว่าเดิมเสียด้วย

3. สังเกตพฤติกรรมลูกค้า และวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึก

Tamagoya สามารถส่งข้าวกล่องถึงมือลูกค้าได้มากถึง 6-7 หมื่นกล่องต่อวัน แถมมีเมนูไม่ซ้ำกันนานถึง 3 เดือน เพื่อที่ลูกค้าจะได้ไม่เบื่อ โดยมีจำนวนข้าวกล่องที่ขายไม่ออกเพียง 50 กล่อง หรือคิดเป็นเพียงไม่ถึง 1% เท่านั้น

Tamagoya ไม่ได้ใช้ระบบการพยากรณ์ยอดขายที่ทันสมัยแต่อย่างใด แต่จะใช้ข้อมูลจากพนักงานที่ไปส่งข้าวกล่องให้ลูกค้า โดยพวกเขาจะทำหน้าที่สังเกตว่า ลูกค้าชอบหรือไม่ชอบอาหารแบบไหนโดยสังเกตจากอาหารที่เหลือจากภาชนะที่เก็บคืน รวมทั้งใช้ประสบการณ์ในอดีตว่า ในแต่ละช่วงเวลาลูกค้าจะสั่งอาหารแตกต่างกันอย่างไร เช่น ลูกค้าจะสั่งอาหารมากขึ้นในช่วงฤดูฝน หรือแม้กระทั่งทำการคาดการณ์ว่าเมนูไหนที่ลูกค้าจะสั่งในวันถัดไป โดยในทุกเย็นพนักงานจะกลับมาคุยกับผู้จัดการสาขาและส่งต่อข้อมูลการพยากรณ์ยอดขายเพื่อวางแผนผลิตข้าวกล่องในวันถัดไป


4. มีการตั้งเป้าหมายและกระจายอำนาจการตัดสินใจ

พนักงานส่งข้าวกล่องของ Tamagoya จะมีการตั้งเป้าหมายในการทำงาน และได้รับอำนาจในการตัดสินใจอย่างเต็มที่ โดยการทำงานจะแบ่งเป็นทีม ทีมละ 7–8 คน แต่ละทีมจะมีหัวหน้าคอยควบคุม แต่ละทีมจะได้รับผลตอบแทนตามยอดที่ทำได้ ซึ่งทุกคนจะต้องทำการจัดส่งข้าวกล่องให้ตรงเวลาและครบตามจำนวน พวกเขามีอิสระในการบริหารจัดการได้ด้วยตัวเอง เช่น การหาเส้นทางใหม่ๆ เพื่อที่จะทำให้สามารถจัดส่งข้าวกล่องได้เร็วขึ้น ถึงแม้ Tamagoya จะรับพนักงานที่การศึกษาไม่ได้สูงมากนัก แต่ด้วยผลตอบแทนที่ทำมากได้มากและให้อิสระพนักงานในการตัดสินใจ ทำให้ประสิทธิภาพการทำงานของพนักงานเหล่านี้ไม่ได้แพ้พนักงานที่มีการศึกษาสูงกว่าเลยทีเดียว

5. เข้าใจจิตใจและเข้าถึงตัวตนของพนักงาน

ประธานซุกาฮาร่า Tamagoya เน้นการพัฒนาพนักงานธรรมดาๆ ให้กลายเป็นพนักงานที่ดีเยี่ยมได้ เหล่าเด็กจิ๊กโก๋ที่ได้รับเข้ามาเหล่านี้ ล้วนไม่เป็นที่ต้องการของบริษัทอื่น เนื่องด้วยกิริยามารยาท ระดับการศึกษาที่ไม่สูง การสัมภาษณ์จะเลือกเด็กใสๆ ไม่คิดอะไรซับซ้อน สอนงานง่าย เบื้องหลังชีวิตของเด็กเหล่านี้ไม่ค่อยที่จะได้รับคำชมจากผู้อื่นสักเท่าไหร่ เมื่อเวลาที่พวกเขาได้รับคำขอบคุณจากลูกค้าเลยทำให้พวกเข้ารู้สึกดีใจมาก

โครงสร้างองค์กรของ Tamagoya ได้สร้างขึ้นมาเพื่อจูงใจพนักงาน เป้าหมายบริษัทที่ท้าทายทำให้พนักงานรู้สึกสนุก เหมือนกำลังเล่นเกมส์ เพราะพวกเขาได้สนุกกับการค้นหาเส้นทางใหม่ๆ เพื่อให้พวกเขาส่งข้าวกล่องได้ทันตามเวลา และทำให้ลูกค้ามีความสุข สุดท้ายแล้วสิ่งที่พวกเขารอคอยก็คือคำขอบคุณจากลูกค้าที่จะทำให้พวกเขารู้สึกมีคุณค่าในตัวเอง และภูมิใจในตัวเองมากยิ่งขึ้น

สนใจเลือกซื้อกล่องอาหารทุกชนิด พร้อมโลโก้ คลิกเลย

Read more

เทรนด์แพคเกจจิ้งยั่งยืน 2026  SME ต้องปรับตัวอย่างไร

เทรนด์แพคเกจจิ้งยั่งยืน 2026 SME ต้องปรับตัวอย่างไร

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา "ความยั่งยืน" ได้กลายมาเป็นมากกว่าคำศัพท์ แต่เป็น มาตรฐานใหม่ ในโลกธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคที่ "บรรจุภัณฑ์" ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการสื่อสารกับผู้บริโภค สำหรับปี 2026

By Pimpaya Bhumala
เช็คเทรนด์ ธุรกิจอาหารปี 2026

เช็คเทรนด์ ธุรกิจอาหารปี 2026

ในโลกของธุรกิจอาหารที่หมุนไว การตามเทรนด์ให้ทันไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอด เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 พฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยให้ความสำคัญกับสิ่งที่มากกว่าแค่ "รสชาติ" วันนี้ Dezpax จะพาทุกคนไปเจาะลึก 3 เทรนด์หลักที่จะมาขั

By Pimpaya Bhumala
สรุป เศรษฐกิจ 2569 ธุรกิจร้านอาหาร

สรุป เศรษฐกิจ 2569 ธุรกิจร้านอาหาร

เศรษฐกิจปี 2569 เป็นความท้าทายสำหรับธุรกิจร้านอาหาร เนื่องจากเศรษฐกิจที่เปราะบางและกำลังซื้อลดลง ทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากคู่แข่งหลายประเภท และต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ค่าวัตถุดิ

By Pimpaya Bhumala
อวสานชนชั้นกลาง  เมื่อโลกเปลี่ยนเร็วเกินไป SMEs ต้องปรับตัวยังไงให้รอด ?

อวสานชนชั้นกลาง เมื่อโลกเปลี่ยนเร็วเกินไป SMEs ต้องปรับตัวยังไงให้รอด ?

มุมมองจาก “แท็ป รวิศ หาญอุตสาหะ” และแนวทางต่อยอดสำหรับธุรกิจอาหารยุคใหม่ ในช่วงเวลาที่เทคโนโลยีและเศรษฐกิจเปลี่ยนเร็ว ผู้เล่นเข้า ออกตลาดไวมาก แข่งขันสูง แต่การเติบโตกลับต่ำ” โลกทุกวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องของ “ใครเก่งกว่า” อีกต่อไป แต่

By Pimpaya Bhumala