เผย 6 เคล็ดลับ "Deliveroo" สตาร์ทอัพส่งอาหารเดลิเวอรี่ มาพร้อม Machine Learning ที่ไม่ธรรมดา

เผย 6 เคล็ดลับ "Deliveroo" สตาร์ทอัพส่งอาหารเดลิเวอรี่ มาพร้อม Machine Learning ที่ไม่ธรรมดา

Deliveroo มีส่วนแบ่งการตลาดในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกา รวมกันเป็นอันดับที่ 3 โดยห่างจากอันดับที่ 2 นั่นคือ Uber Eats เพียง 1% เท่านั้น ซึ่ง Deliveroo ถือเป็นคู่แข่งที่น่ากลัวสำหรับ Uber Eats เลยทีเดียว ข้อได้เปรียบของ Deliveroo คือการส่งอาหารด้วยจักรยานที่มีความคล่องตัว และรวดเร็วกว่าโดยเฉพาะในช่วงเวลาที่รถติด ในขณะที่ Uber Eats ใช้รถจักรยานยนต์ นอกจากนี้ยังมีกลยุทธ์ที่น่าสนใจของ Deliveroo ดังนี้

1. ใช้ Machine Learning ในการวิเคราะห์เพื่อเข้าถึงพฤติกรรมลูกค้าอย่างแท้จริง

จากฐานข้อมูลของ Deliveroo ทำให้เราสามารถภาคภูมิใจกับอาหารไทยของเราได้เลย เพราะในมหานครปารีส เมนูผัดไทยเป็นเมนูที่ถูกสั่งเยอะที่สุดในปี 2018 นี่เป็นตัวอย่างเบื้องต้นของฐานข้อมูลที่ Deliveroo ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงลึกของลูกค้า

Deliveroo ใช้อัลกอริทึมที่เรียกว่า 'Frank' ที่ช่วยลดเวลาในการจัดส่งลงได้ถึง 20% เทคโนโลยี Machine Learning นี้สามารถคำนวณการสั่งซื้อและการจัดส่งให้มีประสิทธิภาพมากที่สุด ช่วยในการทำนายเวลาที่ต้องใช้ในการเตรียมอาหาร การคิดเส้นทางที่ดีที่สุดในการจัดส่ง นั่นหมายความว่าพนักงานส่งอาหารสามารถส่งอาหารได้มากขึ้นต่อชั่วโมง และร้านอาหารก็สามารถเพิ่มยอดขายและส่งอาหารถึงมือลูกค้าได้เร็วขึ้น นักปั่นจักรยานส่งอาหารนั้นสามารถจัดส่งอาหารได้ภายในเวลา 30 นาที

2. มีการจับกลุ่มลูกค้าและร้านอาหารที่ชัดเจน เน้นการจับตลาดพรีเมี่ยม

Deliveroo เน้นการจับกลุ่มลูกค้าและร้านอาหารที่ชัดเจน โดยเน้นร้านอาหารพรีเมี่ยม หรือร้านภัตตาคาร ที่มีคุณภาพสูง โดยจะเน้นการจัดส่งในพื้นที่ที่มีคนฐานะร่ำรวยและมีผู้อยู่อาศัยอย่างหนาแน่น โดยค่าบริการที่คิดจากทางร้านอาหารนั้นจะคิดเป็น % ของราคาอาหาร ซึ่งด้วยราคาอาหารในระดับพรีเมี่ยมทำให้ Deliveroo ได้กำไรจากส่วนนี้มากกว่าผู้ให้บริการรายอื่นที่เน้นแต่จำนวนร้านค้า ซึ่งส่งผลทำให้กำไรสุดท้ายจากการให้บริการนั้นจะได้น้อยกว่า ดังนั้นในการทำธุรกิจอาจจะไม่ต้องเน้นจำนวนลูกค้าที่เยอะอย่างเดียวเสมอไป แต่เน้นการทำกำไรต่อร้านและเน้นจับกลุ่มลูกค้าที่มีฐานะทำให้ราคาซื้อต่อออเดอร์นั้นมีมูลค่าที่สูง

3. มีฐานข้อมูลลูกค้าช่วยสร้างความได้เปรียบให้ร้านอาหาร

จากที่กล่าวมาข้างต้นว่า Deliveroo เน้นการเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลของลูกค้า ทำให้ Deliveroo กลายเป็นแหล่ง Database ของลูกค้าในกลุ่มที่สั่งอาหารแบบเดลิเวอรี่ จากข้อมูลล่าสุดปลายปี 2018 คาดว่าจะมีผู้ใช้งาน Deliveroo ในอังกฤษจำนวน 6 ล้านราย โดยรวมมีการสั่งอาหาร 45,000 ครั้งต่อวัน และ 80% ของผู้ใช้งานนั้นไม่เคยเปลี่ยนไปใช้ Platform อื่นในการสั่งอาหารเลย

ฐานข้อมูลลูกค้าที่มหาศาลนี้ ทำให้ Deliveroo เสมือนเป็นเพื่อนช่วยคิดของร้านอาหาร โดยสามารถช่วยวิเคราะห์พฤติกรรมผู้บริโภค โดยร้านอาหารสามารถใช้ข้อมูลนี้ ช่วยในการบริหารงานภายในเพื่อให้เกิดประสิทธิภาพ ลดต้นทุน และเพิ่มยอดขายได้มากขึ้น

4. มีเป้าหมายที่ใหญ่ เป็นมากกว่าแค่ Application สั่งอาหาร

เป้าหมายทางธุรกิจของ Deliveroo นั้นไม่ใช่เป็นเพียงแค่ App สั่งอาหาร แต่เป้าหมายที่ใหญ่กว่านั้นคือ ต้องการทำให้ลูกค้ามีทางเลือกในการสั่งอาหารที่หลากหลาย โดยการทำให้ร้านอาหารในพื้นที่นั้นๆ มีความพร้อมในทุกที่ทุกเวลาที่ลูกค้าต้องการ Deliveroo จึงมีบริการให้กับร้านอาหารที่เรียกว่า Deliveroo’s Editions platform ที่จะช่วยให้ร้านอาหารสามารถขยายไปสู่พื้นที่ใหม่ๆ โดย Deliveroo จะสามารถช่วยวิเคราะห์ได้เลยว่า พื้นที่ไหนที่ยังขาดร้านอาหารประเภทไหน

Deliveroo จะช่วยร้านอาหารในการเปิดครัวในพื้นที่นั้นๆ ได้ภายเวลาเพียง 8-12 สัปดาห์โดยไม่มีค่าใช้จ่ายล่วงหน้าของสถานที่ พร้อมทั้งให้ข้อมูลเชิงลึกแก่ร้านอาหารเพื่อให้พวกเขารู้ว่า อาหารประเภทใดที่จะเป็นที่นิยมในพื้นที่นั้นๆด้วย เป็นสิ่งที่ทำให้ร้านอาหารเติบโตได้เร็วขึ้น และลูกค้ามีทางเลือกที่หลากหลายมากขึ้น

5. ให้ความสำคัญกับพนักงาน ร่วมมือกับกฎหมายแรงงานในแต่ละประเทศ

Deliveroo ให้ความสำคัญกับพนักงานส่งอาหารเป็นอย่างมาก พนักงานสามารถทำงานแบบยืดหยุ่น และได้รับผลตอบแทนรวมทั้งสวัสดิการต่างๆ เช่น ประกันอุบัติเหตุ มีการแบ่งให้หุ้นกับพนักงานประจำ รวมทั้ง Deliveroo ยังมีความตั้งใจที่จะทำงานร่วมกับหน่วยงานของรัฐบาลในทุกประเทศ เพื่อให้เกิดการจ้างงานที่ยุติธรรมและมีความปลอดภัยกับพนักงาน ข้อมูลปี 2018 Deliveroo มีพนักงานส่งอาหารจำนวน 15,000 คนในอังกฤษและ 35,000 คนทั่วโลก โดยในอังกฤษส่วนใหญ่ 93% เป็นผู้ชายและเกินครึ่งมีอายุระหว่าง 18-34 ปี

6. ดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม ด้วยบรรจุภัณฑ์อาหารเดลิเวอรี่ที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

Deliveroo มีแนวคิดที่จะใช้บรรจุภัณฑ์อาหารเดลิเวอรี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ดังนั้นใน app การสั่งอาหารของ Deliveroo จะมีปุ่มเพิ่มขึ้นมาเพื่อให้ลูกค้าเลือกได้ว่า ต้องการใช้บรรจุภัณฑ์อาหารเดลิเวอรี่ที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ซึ่งการที่จะช่วยกันรักษาสิ่งแวดล้อมได้นั้น จำเป็นที่เราจะต้องช่วยกันทั้งหมด ตั้งแต่ร้านอาหารจนถึงลูกค้าปลายทางนั่นเอง

สนใจเลือกซื้อกล่องอาหารทุกชนิด พร้อมโลโก้ คลิกเลย

Reference: https://www.studocu.com/en/document/newcastle-university/marketing/essays/an-analysis-of-marketing-applied-to-deliveroo/1300714/view

https://www.feedough.com/deliveroo-business-model-how-does-deliveroo-make-money/

http://www.businessofapps.com/data/deliveroo-statistics/

Read more

เทรนด์แพคเกจจิ้งยั่งยืน 2026  SME ต้องปรับตัวอย่างไร

เทรนด์แพคเกจจิ้งยั่งยืน 2026 SME ต้องปรับตัวอย่างไร

ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา "ความยั่งยืน" ได้กลายมาเป็นมากกว่าคำศัพท์ แต่เป็น มาตรฐานใหม่ ในโลกธุรกิจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในอุตสาหกรรมสินค้าอุปโภคบริโภคที่ "บรรจุภัณฑ์" ทำหน้าที่เป็นด่านหน้าในการสื่อสารกับผู้บริโภค สำหรับปี 2026

By Pimpaya Bhumala
เช็คเทรนด์ ธุรกิจอาหารปี 2026

เช็คเทรนด์ ธุรกิจอาหารปี 2026

ในโลกของธุรกิจอาหารที่หมุนไว การตามเทรนด์ให้ทันไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือทางรอด เมื่อก้าวเข้าสู่ปี 2026 พฤติกรรมผู้บริโภคจะเปลี่ยนไปอย่างชัดเจน โดยให้ความสำคัญกับสิ่งที่มากกว่าแค่ "รสชาติ" วันนี้ Dezpax จะพาทุกคนไปเจาะลึก 3 เทรนด์หลักที่จะมาขั

By Pimpaya Bhumala
สรุป เศรษฐกิจ 2569 ธุรกิจร้านอาหาร

สรุป เศรษฐกิจ 2569 ธุรกิจร้านอาหาร

เศรษฐกิจปี 2569 เป็นความท้าทายสำหรับธุรกิจร้านอาหาร เนื่องจากเศรษฐกิจที่เปราะบางและกำลังซื้อลดลง ทำให้ผู้บริโภคใช้จ่ายอย่างระมัดระวัง ประกอบกับการแข่งขันที่รุนแรงขึ้นจากคู่แข่งหลายประเภท และต้นทุนที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง เช่น ค่าวัตถุดิ

By Pimpaya Bhumala
อวสานชนชั้นกลาง  เมื่อโลกเปลี่ยนเร็วเกินไป SMEs ต้องปรับตัวยังไงให้รอด ?

อวสานชนชั้นกลาง เมื่อโลกเปลี่ยนเร็วเกินไป SMEs ต้องปรับตัวยังไงให้รอด ?

มุมมองจาก “แท็ป รวิศ หาญอุตสาหะ” และแนวทางต่อยอดสำหรับธุรกิจอาหารยุคใหม่ ในช่วงเวลาที่เทคโนโลยีและเศรษฐกิจเปลี่ยนเร็ว ผู้เล่นเข้า ออกตลาดไวมาก แข่งขันสูง แต่การเติบโตกลับต่ำ” โลกทุกวันนี้จึงไม่ใช่เรื่องของ “ใครเก่งกว่า” อีกต่อไป แต่

By Pimpaya Bhumala