ถุงใบนี้ ไม่ได้ใส่แค่อาหาร แต่พาร้านคุณไป ด้วย

ถุงใบนี้ ไม่ได้ใส่แค่อาหาร แต่พาร้านคุณไป ด้วย

พิมพ์โลโก้ลงถุง ให้ร้านคุณเดินทางไปกับลูกค้าทุกที่

เคยสังเกตไหมว่า เวลาลูกค้าถือถุงใส่อาหารเดินออกจากร้านคุณไป—ถุงใบนั้นไม่ได้ทาหน้าที่

แค่ "ห่อของ" อีกต่อไปแล้ว

มันคือสิ่งแรกที่คนรอบข้างลูกค้าจะเห็น บนรถไฟฟ้า ในลิฟต์ ที่โต๊ะทางาน หรือแม้แต่ตอนแกะ

ถ่ายรูปลงโซเชียล

แต่หลายร้านกลับมองข้ามจุดนี้ไป เลือกถุงตามความเคยชิน ไม่ได้เลือกให้ "เหมาะกับสิ่งที่ขาย"

และที่สาคัญกว่านั้นคือ — ปล่อยให้ถุงใบนั้นเป็นถุงเปล่าๆ ที่ไม่ได้พูดอะไรแทนร้านเลย

ถุงแต่ละแบบ เหมาะกับร้านแบบไหน?


เปิดไกด์ไลน์ถุงแบบไหนเหมาะกับร้านคุณ

ก่อนจะไปคุยเรื่องลายพิมพ์ ต้องเริ่มจากจุดเริ่มต้นก่อน คือ "เลือกเนื้อถุงให้ตรงกับสิ่งที่ขาย"

เพราะถุงผิดประเภท ต่อให้พิมพ์ลายสวยแค่ไหนก็แก้ปัญหาหน้างานไม่ได้

คำอธิบายถุง PP

1. ถุงหูหิ้ว PP — ถุงร้อน / ใสพรีเมียม

เนื้อใสเคลียร์ โชว์หน้าตาสินค้าข้างในได้ชัดเจนเหมือนไม่มีอะไรมาบดบัง เหมาะมากสาหรับ

ร้านที่อยากให้ "หน้าตาสินค้า" เป็นพระเอก

เหมาะกับ: คาเฟ่ ร้านเบเกอรี่ ร้านขนม ร้านที่อยากให้ลูกค้าเห็นครัวซองต์ เค้ก หรือเครื่องดื่ม

สีสวยๆ ตั้งแต่ยังไม่ทันแกะถุง

คำอธิบายถุง PE

2. ถุงหูหิ้ว PE — ถุงเย็น / หนาเหนียวนุ่ม

เนื้อหนานุ่มแต่เหนียวเป็นพิเศษ ทนความเย็นจัดได้ดี ไม่กรอบแตกง่ายเวลาโดนความเย็นจากตู้

เย็นหรือนาแข็ง แถมรับนาหนักกล่องอาหารเยอะๆ ได้แบบไม่ต้องกังวลถุงขาดกลางทางเหมาะกับ: ร้านเครื่องดื่ม ร้านที่ขายของแช่เย็น ร้านอาหารที่มีหลายกล่องในออเดอร์เดียว

หรือร้านที่ลูกค้าสั่งเดลิเวอรีบ่อย

คำอธิบายถุง HDPE

3. ถุงหูหิ้ว HDPE — ถุงไฮเดน / บางเหนียวคุ้มค่า

เนื้อบางกว่า PP กับ PE แต่ความแข็งแรงไม่แพ้กัน รับนาหนักได้ดีเกินตัว แถมต้นทุนต่อถุงคุ้ม

ค่ากว่า

เหมาะกับ: ร้านอาหารทั่วไปและสตรีทฟู้ดที่ต้องใช้ถุงปริมาณเยอะต่อวัน อยากได้ถุงที่ทนแต่

ไม่ดันต้นทุนขึ้นสูงเกินไป

คำอธิบายถุง BIO

4. ถุงหูหิ้ว BIO — ถุงรักษ์โลก

ย่อยสลายได้ 100% เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ตอบโจทย์ร้านที่อยากสร้างภาพลักษณ์แบรนด์ที่

ใส่ใจโลกไปพร้อมกับการขายของ

เหมาะกับ: ร้านที่ฐานลูกค้าใส่ใจสิ่งแวดล้อม ร้านที่อยากสร้างจุดต่างด้าน Branding หรือร้าน

ที่ต้องการเป็นทางเลือกให้ลูกค้าที่มองหาความยั่งยืน

ถุงเปล่า vs ถุงพิมพ์ลาย ต่างกันยังไง?


พอเลือกเนื้อถุงถูกแล้ว คาถามต่อมาคือ — จะปล่อยเป็นถุงเปล่าๆ หรือจะพิมพ์ลาย?

ลองนึกภาพนี้ดู: ร้านเสียเงินซื้อโฆษณาออนไลน์ทุกเดือน จ่ายค่าบูสต์โพสต์ จ่ายค่าแอดมิน

เพื่อให้คนเห็นชื่อร้าน แต่ในขณะเดียวกัน ทุกวันมีลูกค้าหลายสิบหลายร้อยคนเดินถือถุงเปล่า

ออกจากร้านไป โดยที่ถุงใบนั้นไม่ได้บอกใครเลยว่าซื้อมาจากร้านไหน

นั่นคือโอกาสที่เสียไปฟรีๆ

ถุงพิมพ์ลายทางานต่างออกไปโดยสิ้นเชิง มันคือ ป้ายโฆษณาเคลื่อนที่ ที่จ่ายเงินแค่ครั้งเดียว

ตอนสั่งผลิต แต่ทาหน้าที่โฆษณาไปเรื่อยๆ ทุกครั้งที่มีคนเห็นถุงใบนั้น ไม่ว่าจะเป็นตอนลูกค้า

เดินถือกลับบ้าน ตอนวางอยู่บนโต๊ะทางาน หรือตอนถูกใครอีกคนเห็นแล้วถามว่า "ซื้อมาจาก

ไหน"เทียบเป็นตัวเลขง่ายๆ ค่าโฆษณาออนไลน์คิดเป็นรายครั้งที่คนเห็น (per impression) และหมด

อายุทันทีที่งบหมด แต่ถุงพิมพ์ลายจ่ายครั้งเดียว ใช้ได้จนกว่าถุงจะถูกทิ้ง — เฉลี่ยแล้วต้นทุนต่อ

การมองเห็นหนึ่งครั้งจึงตากว่ามาก

พิมพ์ลาย ไม่ใช่แค่ "แปะโลโก้"

ร้านส่วนใหญ่พอนึกถึงการพิมพ์ถุง มักคิดแค่ว่า "เอาโลโก้ไปแปะมุมถุงก็พอ" แต่จริงๆ แล้วนี่คือ

การมองข้ามศักยภาพของถุงไปอย่างน่าเสียดาย

การพิมพ์ลายที่ดีทาได้มากกว่านั้น:

✅ สร้างการจดจาแบรนด์ — สีสัน ลวดลาย และฟอนต์ที่เป็นเอกลักษณ์ ทาให้คนจาร้านได้

จากถุงแม้ไม่เห็นชื่อร้านชัดๆ

✅ กระตุ้นให้ลูกค้าถ่ายรูปลงโซเชียลเอง — ถุงที่ดีไซน์สวย มีเรื่องราว มักถูกลูกค้าถ่ายรูป

แชร์ต่อโดยไม่ต้องขอร้อง กลายเป็นคอนเทนต์ฟรีที่ร้านไม่ต้องจ่ายเงิน

✅ เพิ่มความน่าเชื่อถือให้ร้าน — ถุงที่ดีไซน์เป็นระบบ ดูมืออาชีพ ทาให้ลูกค้ารู้สึกว่าร้านนี้

"จริงจัง" และไว้ใจในคุณภาพมากขึ้นโดยอัตโนมัติ

✅ สื่อสารจุดขายของร้านผ่านลาย — ไม่ว่าจะเป็นสโลแกน ข้อความสร้างความรู้สึกดี หรือแม้

แต่ QR Code ลิงก์ไปหน้าเมนู ถุงหนึ่งใบสามารถทาหน้าที่ได้มากกว่าการห่อของ

พูดง่ายๆ คือ ถุงเปล่ากับถุงพิมพ์ลายมีต้นทุนใกล้เคียงกัน แต่ผลลัพธ์ที่ได้ต่างกันโดยสิ้นเชิง ใบ

หนึ่งคือค่าใช้จ่าย อีกใบหนึ่งคือการลงทุนที่ทางานแทนร้านทุกวัน

คำอธิบายถุง 4 ประเภท

เลือกถุงให้ตรง พิมพ์ลายให้ปัง กับ Dezpax


Dezpax พร้อมช่วยร้านตั้งแต่ขั้นตอนเลือกเนื้อถุงให้เหมาะกับสินค้า ไปจนถึงออกแบบลาย

พิมพ์ให้สื่อถึงตัวตนของแบรนด์จริงๆ ไม่ใช่แค่แปะโลโก้ให้ครบ

✅ ถุงหูหิ้วครบทุกเนื้อ ทั้ง PP, PE, HDPE และ BIO เลือกให้เหมาะกับสิ่งที่ร้านขาย

✅ สั่งผลิตขั้นตาน้อย เหมาะกับร้านที่เพิ่งเริ่มหรือกาลังทดลองลายใหม่✅ ทีมดีไซน์ช่วยคิดคอนเซปต์ลายให้เข้ากับแบรนด์ ไม่ใช่แค่ใส่โลโก้ลงไปเฉยๆ

✅ ระบบคานวณราคาออนไลน์ รู้ต้นทุนได้ทันที วางแผนงบได้ล่วงหน้า

เพราะถุงหนึ่งใบไม่ใช่แค่บรรจุภัณฑ์ แต่คือโอกาสที่ร้านจ่ายครั้งเดียว แล้วได้ทาหน้าที่

โฆษณาแทนร้านไปได้เรื่อยๆ

Read more

ฟิล์มหด (Shrink Film) คืออะไร? แบรนด์เด่น หุ้มเป๊ะ ยกระดับแพ็กเกจจิ้ง

ฟิล์มหด (Shrink Film) คืออะไร? แบรนด์เด่น หุ้มเป๊ะ ยกระดับแพ็กเกจจิ้ง

เวลาเดินเลือกซื้อสินค้าตามซูเปอร์มาร์เก็ต เคยสงสัยไหมว่าลวดลายสีสันสวยงามที่แนบสนิทไปกับขวดน้ำดื่ม หรือพลาสติกใสที่ซีลฝากระปุกครีมอย่างแน่นหนาคืออะไร? ในภาษาทางการของวงการบรรจุภัณฑ์ สิ่งนี้เรียกว่า ชริ้งค์ฟิล์ม (Shrink Film) หรือที่คนทั่วไปคุ้นเคยกั

By Phonlawat Soponsirikul
ไขความลับ "บรรจุภัณฑ์รีทอร์ต" (Retort Packaging) อาหารแจกน้ำท่วมที่เก็บได้นาน 18 เดือน ไม่ง้อตู้เย็น!

ไขความลับ "บรรจุภัณฑ์รีทอร์ต" (Retort Packaging) อาหารแจกน้ำท่วมที่เก็บได้นาน 18 เดือน ไม่ง้อตู้เย็น!

ไขความลับ "บรรจุภัณฑ์รีทอร์ต" (Retort Packaging) อาหารแจกน้ำท่วมที่เก็บได้นาน 18 เดือน ไม่ง้อตู้เย็น! ในช่วงที่ผ่านมา วิกฤตน้ำท่วมหนักในพื้นที่ กทม. และจังหวัดใกล้เคียง ได้สร้างความยากลำบากในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะเรื่อง "

By Phonlawat Soponsirikul
3 ทริคเพิ่มยอดขายออนไลน์ ทำง่าย แต่ได้ผลจริง

3 ทริคเพิ่มยอดขายออนไลน์ ทำง่าย แต่ได้ผลจริง

การขายสินค้าออนไลน์ในปัจจุบันไม่ใช่แค่การแข่งขันเรื่องราคาอีกต่อไป เพราะไม่ว่าคุณจะขายสินค้าประเภทไหน ลูกค้าก็สามารถเปรียบเทียบร้านค้าได้ภายในเวลาไม่กี่วินาที เพียงแค่ค้นหาบนแพลตฟอร์ม ต่างก็มีตัวเลือกมากมายให้เลือกซื้อ หลายธุรกิจจึ

By Vorapitcha Chaiwan
Double Cleansing คืออะไร? ทำไมถึงเป็นขั้นตอนสำคัญของการดูแลผิว

Double Cleansing คืออะไร? ทำไมถึงเป็นขั้นตอนสำคัญของการดูแลผิว

ในแต่ละวัน ผิวหน้าของเราต้องเผชิญกับทั้งฝุ่นละออง ควัน มลภาวะ ความมันที่ผิวผลิตขึ้นตามธรรมชาติ รวมถึงครีมกันแดดและเครื่องสำอางที่ใช้ในชีวิตประจำวัน สิ่งสกปรกเหล่านี้จะค่อย ๆ สะสมอยู่บนผิวตลอดทั้งวัน หลายคนอาจคิดว่าการล้างหน้าด้วยโฟมหรือเจลล้างหน้าเพี

By Vorapitcha Chaiwan